ค้นหาสื่อ
คู่มือเอาชีวิตรอดน้ำท่วม เว็บแอปปฐมพยาบาลและรับมือน้ำท่วม
คู่มือเอาชีวิตรอดน้ำท่วมแบบอินเทอร์แอ็กทีฟ รวมวิธีปฐมพยาบาล CPR กู้ชีพ เช็กลิสต์ของยังชีพ เครื่องคำนวณคลอรีน และประเมินความเสี่ยง ใช้งานออฟไลน์ได้ 100%
Focus Keyword: คู่มือเอาชีวิตรอดน้ำท่วม
Related Keywords: รับมือน้ำท่วม, วิธีเอาชีวิตรอดน้ำท่วม, ปฐมพยาบาลน้ำท่วม, เช็กลิสต์ถุงยังชีพ, การทำน้ำดื่มฉุกเฉิน
คู่มือเอาชีวิตรอดน้ำท่วม
ปฐมพยาบาล • เอาตัวรอด • ระบบออฟไลน์ 100%
🎒 เช็กลิสต์ถุงยังชีพ (บันทึกอัตโนมัติในเครื่อง)
0 / 0 รายการ
- จุดนัดพบ 2 จุด: จุดใกล้บ้าน (หน้าปากซอย) และจุดไกลบ้าน (วัด/โรงเรียน/ศูนย์อพยพ) เผื่อกลับบ้านไม่ได้
- ญาติต่างจังหวัด 1 คน: เป็น "ศูนย์กลางข่าว" ให้ทุกคนโทรรายงานตัวที่คนเดียวกัน เพราะสายในพื้นที่จะหนาแน่น
- ผู้รับผิดชอบ: ระบุชื่อผู้ดูแลเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง และสัตว์เลี้ยง
- เส้นทางอพยพ 2 เส้น: เส้นทางหลักและเส้นทางสำรองที่เป็นที่ดอน
- สัญญาณเตือนในบ้าน: เป่านกหวีดหรือเคาะโลหะ 3 ครั้งยาว = อพยพทันที
- ที่เก็บเอกสารสำคัญ: ต้องมีอย่างน้อย 2 คนในบ้านที่รู้ตำแหน่ง
- ยกปลั๊กพ่วงและเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นที่สูงเกินระดับน้ำคาดการณ์ +50 ซม.
- ถ่ายรูป/บันทึกวิดีโอทรัพย์สินทั้งบ้านไว้เป็นหลักฐานเคลมประกัน
- เติมน้ำสะอาดสำรองใส่ภาชนะปิดสนิทให้เต็ม
- ชาร์จอุปกรณ์ไฟฟ้า แบตเตอรี่สำรอง ไฟฉาย ให้เต็มทุกชิ้น
- อุดท่อน้ำทิ้งและชักโครกด้วยกระสอบทราย ป้องกันน้ำเอ่อล้นย้อนศร
- ปิดวาล์วถังแก๊สหุงต้ม และย้ายขึ้นที่สูง (ถังแก๊สลอยน้ำและรั่วไหลได้ง่าย)
- ฝนตกหนักต่อเนื่องเกิน 6 ชั่วโมง หรือมีฝนตกหนักบนภูเขาเหนือน้ำ
- น้ำเปลี่ยนเป็น สีขุ่นแดง หรือสีโคลน มีเศษไม้ไหลปนมาจำนวนมาก
- ได้ยินเสียงอื้ออึงคล้ายเครื่องยนต์ขนาดใหญ่จากทิศทางต้นน้ำ (สัญญาณน้ำป่า/ดินถล่ม)
- ระดับน้ำในลำห้วยลดลงอย่างรวดเร็วผิดปกติ (อาจมีสิ่งกีดขวางกั้นอยู่ด้านบนและใกล้แตก)
- ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นเร็วกว่า 10 ซม. ต่อชั่วโมง
ดำเนินการเรียงตามลำดับอย่างมีสติภายใน 60 วินาทีแรก ก่อนน้ำจะมิดบานหน้าต่าง
- S – Seatbelt: ปลดเข็มขัดนิรภัยของตัวเอง และผู้โดยสารโดยเริ่มจากเด็กโตไปเด็กเล็ก
- C – Children: ดึงเด็กเล็กเข้ามาแนบตัว
- W – Window: กดเปิดกระจกหรือทุบกระจกข้างทันที อย่าเสียเวลากับประตูเพราะมีแรงดันน้ำมหาศาล (ทุบที่มุมกระจกข้างด้วยของแข็งหรือหัวพนักพิงเบาะ)
- O – Out: ดันเด็กออกไปก่อน แล้วว่ายตามออกมาขึ้นสู่ผิวน้ำ ทิ้งสิ่งของไว้ทั้งหมด
- ห้ามพยายามยืน ในน้ำเชี่ยว เพราะเท้าอาจติดซอกหินหรือวัตถุใต้น้ำจนล้มจมน้ำ
- ใช้ท่า นอนหงาย ชี้เท้าไปตามทิศทางน้ำไหล ลอยคอ ใช้เท้าช่วยกันการปะทะสิ่งกีดขวาง
- ว่ายเฉียงตัดกระแสน้ำเข้าหาตลิ่งทีละน้อย อย่าว่ายทวนน้ำตรงๆ เพราะจะหมดแรงอย่างรวดเร็ว
- ระวังท่อระบายน้ำ คอสะพาน หรือสิ่งกีดขวางที่อาจมีแรงดูดน้ำลงด้านล่าง
- เห็นสายไฟตกสัมผัสน้ำ ให้ ถอยห่างอย่างน้อย 10 เมตร ทันที
- หากรู้สึกชา วูบวาบ หรือเจ็บแปลบบริเวณขาขณะลุยน้ำ แสดงว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่ว ให้หยุดและก้าวถอยหลังสั้นๆ ชิดขากลับทางเดิม
- ตัดคัตเอาต์/เบรกเกอร์ทันทีหากน้ำเริ่มท่วมถึงชั้นล่าง (ทำขณะที่ตัวและมือแห้งสนิทเท่านั้น)
🫀 เครื่องช่วยจับจังหวะ CPR (110 ครั้ง/นาที)
กดปุ่มแล้วปั๊มหัวใจตามจังหวะเสียงและแสง — มีสัญญาณเตือนทุกๆ 30 ครั้ง
- ประเมินความปลอดภัยของสถานที่ (ไม่มีไฟรั่ว หรือสิ่งปรักหักพัง)
- ปลุกเรียกด้วยเสียงดัง ตบไหล่ทั้งสองข้าง
- ตะโกนขอความช่วยเหลือ โทร 1669 เปิดลำโพงโทรศัพท์ไว้ และนำเครื่อง AED มาโดยเร็ว
- ตรวจสอบการหายใจไม่เกิน 10 วินาที (หากหายใจเฮือก ถือว่าไม่หายใจ)
- วางส้นมือตรงกึ่งกลางหน้าอก (ครึ่งล่างของกระดูกสันอก) ประสานมือ แขนเหยียดตรง
- กดหน้าอกลึก 5–6 ซม. อัตราเร็ว 100–120 ครั้ง/นาที และปล่อยให้หน้าอกคืนตัวสุด
- หากผ่านการอบรม ให้กดหน้าอก 30 ครั้ง สลับเป่าปาก 2 ครั้ง (หากไม่สะดวก ให้กดหน้าอกต่อเนื่องโดยไม่หยุด)
- กดโดยตรงบนบาดแผล: ใช้ผ้าสะอาดกดแผลให้แน่นต่อเนื่องอย่างน้อย 10 นาที
- หากเลือดซึมผ่านผ้า ให้วางผ้าชิ้นใหม่ทับลงไป ห้ามดึงผ้าชิ้นเดิมออก
- หากมีสิ่งแปลกปลอมปักคา ห้ามดึงออกเด็ดขาด ให้ใช้ผ้าม้วนพยุงรอบวัตถุแล้วส่งต่อโรงพยาบาล
- ล้างแผลที่เปื้อนน้ำท่วมด้วยน้ำสะอาดปริมาณมาก และฉีดวัคซีนป้องกันบาดทะยักภายใน 24 ชม.
โรคฉี่หนู (Leptospirosis):
- เชื้อเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล ผิวหนังเปื่อย หรือเยื่อบุตา/ปาก
- อาการหลังสัมผัสน้ำ 2–14 วัน: ไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะรุนแรง ปวดกล้ามเนื้อน่องมาก ตาแดง
- หากมีไข้หลังลุยน้ำ ต้องพบแพทย์ทันทีและแจ้งประวัติการลุยน้ำท่วม
น้ำกัดเท้า: ล้างเท้าด้วยน้ำสะอาดและสบู่ทุกครั้งหลังขึ้นจากน้ำ เช็ดซอกนิ้วให้แห้งสนิท สวมรองเท้าบูทเมื่อต้องลุยน้ำ
💧 เครื่องคำนวณทำน้ำสะอาดด้วยคลอรีน/น้ำยาฟอกขาว
- การต้ม (ปลอดภัยที่สุด): กรองตะกอนหยาบออก แล้วต้มให้เดือดพล่านต่อเนื่อง 1 นาทีเต็ม
- การใช้สารฆ่าเชื้อ: หยดสารฟอกขาวตามสัดส่วนที่คำนวณด้านบน กวนให้เข้ากัน และตั้งทิ้งไว้ 30 นาที
- วิธี SODIS (พลังงานแสงอาทิตย์): ใส่น้ำในขวดพลาสติกใส ตากแดดจัดนาน 6 ชั่วโมงขึ้นไป
สิ่งที่ต้องทำ:
- ให้ผู้ป่วยอยู่นิ่งที่สุด ขยับตัวให้น้อยเพื่อชะลอการไหลเวียนของพิษ
- ถอดแหวน นาฬิกา กำไล และรองเท้าออกจากอวัยวะข้างที่ถูกกัดทันที
- ดามแขนหรือขาด้วยไม้และพันผ้าหลวมๆ ให้อวัยวะอยู่นิ่ง ระดับต่ำกว่าหรือเสมอกับหัวใจ
- จดจำลักษณะงู หรือถ่ายรูปงูจากระยะปลอดภัย แล้วรีบนำส่งโรงพยาบาล โทร 1669
ข้อห้ามเด็ดขาด:
- ห้ามขันชะเนาะ (Tourniquet) แน่นเกินไป เพราะเสี่ยงต่อการขาดเลือดจนเนื้อเยื่อเน่าตาย
- ห้ามกรีดแผล ห้ามดูดพิษ ห้ามใช้ไฟลน หรือพอกสมุนไพรใดๆ
- ห้ามให้ผู้ป่วยดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หรือคาเฟอีน
- ตะขาบ/แมงป่อง: ล้างแผลด้วยน้ำสบู่ ประคบเย็น 10-15 นาที ทานยาแก้ปวดพาราเซตามอล
- ผึ้ง/ต่อ: ใช้ขอบบัตรพลาสติกขูดเหล็กในออกทางด้านข้าง ห้ามใช้แหนบบีบเหล็กใน
- อาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis): หากมีอาการหายใจมีเสียงวี้ด แน่นหน้าอก ปากบวม หน้าบวม หรือผื่นขึ้นทั้งตัว ให้รีบนำส่งแพทย์ทันที
- แพมดคันไฟ: มดจะเกาะกลุ่มเป็นแพลอยน้ำ ระวังอย่าสัมผัสโดยตรง
- สำรวจรอยร้าว โครงสร้างทรุดตัว เสาเอียง หรือดินสไลด์รอบบ้านก่อนเข้า
- ห้ามยกเบรกเกอร์ไฟฟ้าทันที ต้องรอให้อุปกรณ์แห้งสนิทและได้รับการตรวจโดยช่างไฟฟ้า
- หากได้กลิ่นแก๊สรั่ว ห้ามเปิดสวิตช์ไฟหรือจุดไฟเด็ดขาด ให้เปิดช่องระบายอากาศและถอยออกมา
- ระวังสัตว์มีพิษที่อาจหลบซ่อนตามตู้ ลิ้นชัก หรือกองผ้าเปียก
- ถ่ายภาพความเสียหายรอบบ้านไว้เป็นหลักฐานยื่นขอรับเงินเยียวยา
🌊 เครื่องประเมินความเสี่ยงการลุยน้ำ (กฎ 15-60)
ประเมินความปลอดภัยก่อนตัดสินใจเดินลุยน้ำหรือขับยานพาหนะผ่าน
🪪 บัตรข้อมูลสุขภาพฉุกเฉิน (บันทึกในเครื่อง)
ข้อมูลนี้จะถูกเก็บไว้เฉพาะในเบราว์เซอร์ของอุปกรณ์นี้เท่านั้น
✓ บันทึกเรียบร้อยแล้ว
📲 จัดเก็บข้อมูล & ใช้งานแบบออฟไลน์
บันทึกเนื้อหาคู่มือทั้งหมดเก็บไว้ในเครื่อง เผื่อกรณีสัญญาณอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาด
☎️ สายด่วนฉุกเฉิน (กดที่หมายเลขเพื่อโทรออกทันที)
⚠️ คู่มือนี้จัดทำขึ้นเพื่อการรับมือและปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีผู้บาดเจ็บ ให้ติดต่อ 1669 ทันที
S O S
หน้าจอ & ไฟแฟลชกล้องกำลังส่งรหัสมอส • แตะที่ใดก็ได้เพื่อปิด
คู่มือเอาชีวิตรอดน้ำท่วม นวัตกรรมเว็บแอปเพื่อการจัดการภัยพิบัติและปฐมพยาบาลฉุกเฉิน
ภัยพิบัติทางธรรมชาติโดยเฉพาะอุทกภัยเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินที่มักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล การมีองค์ความรู้ที่ถูกต้องและการตัดสินใจที่แม่นยำจึงเป็นปัจจัยชี้ขาดความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว เว็บแอปพลิเคชัน คู่มือเอาชีวิตรอดน้ำท่วม ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นเครื่องมือดิจิทัลเชิงโต้ตอบที่รวบรวมหลักการกู้ชีพ มาตรการความปลอดภัย และการเตรียมความพร้อมไว้อย่างครบวงจร ตัวระบบได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน Zero-Dependency และ Progressive Web Experience ทำให้สามารถประมวลผลบนเบราว์เซอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องพึ่งพาระบบอินเทอร์เน็ตภายนอก จึงตอบสนองต่อสถานการณ์วิกฤตที่เสาสัญญาณสื่อสารอาจถูกตัดขาดได้อย่างมีเสถียรภาพสูงสุด
จุดเด่นของสื่อการเรียนรู้เชิงปฏิบัตินี้คือการเปลี่ยนข้อมูลคู่มือภัยพิบัติที่เป็นเอกสารยาวให้อยู่ในรูปแบบระบบช่วยเหลือที่มีการโต้ตอบจริง ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบจับจังหวะการปั๊มหัวใจกู้ชีพ เครื่องคำนวณสัดส่วนสารเคมีบำบัดน้ำบริโภค ระบบประเมินความปลอดภัยของมวลน้ำตามหลักฟิสิกส์ ตลอดจนฟังก์ชันการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือผ่านฮาร์ดแวร์ของสมาร์ตโฟน ซึ่งช่วยลดความตื่นตระหนกและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม
วิธีการใช้งานและกติกาการร่วมสนุก
ผู้ใช้งานสามารถศึกษาและจำลองสถานการณ์การเอาชีวิตรอดผ่านระบบจำลองและเครื่องมือต่างๆ ภายในเว็บแอปพลิเคชันตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:
- การเตรียมความพร้อมล่วงหน้าด้วยกระดานเช็กลิสต์: สำรวจและทำเครื่องหมายสิ่งของจำเป็นในหมวดถุงยังชีพ ระบบจะประมวลผลเปอร์เซ็นต์ความพร้อมของอุปกรณ์แบบเรียลไทม์ พร้อมบันทึกสถานะลงในหน่วยความจำของอุปกรณ์โดยอัตโนมัติ
- การฝึกทักษะกู้ชีพด้วยระบบจังหวะเสมือน: เข้าสู่หมวดปฐมพยาบาลและเปิดใช้งานเครื่องช่วยจับจังหวะการกดหน้าอกฟื้นคืนชีพ (CPR Metronome) เพื่อฝึกซ้อมการให้จังหวะตามความถี่มาตรฐานสากล 110 ครั้งต่อนาที พร้อมสังเกตสัญญาณแจ้งเตือนรอบการช่วยหายใจทุกๆ 30 ครั้ง
- การจำลองการวิเคราะห์คุณภาพน้ำและการบำบัด: ป้อนค่าปริมาณน้ำดิบที่ต้องการกรองและเลือกระดับความขุ่นเพื่อคำนวณปริมาณโซเดียมไฮโปคลอไรต์หรือน้ำยาฟอกขาวที่เหมาะสมต่อการฆ่าเชื้อโรคอย่างแม่นยำ
- การประเมินพลศาสตร์ของกระแสน้ำ: ทดลองปรับค่าความลึกของระดับน้ำและระดับความเร็วในการไหลของน้ำ เพื่อศึกษาเกณฑ์ความปลอดภัยตามกฎ 15-60 สำหรับการเดินเท้าและการขับขี่ยานพาหนะ
- การทดสอบระบบส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ: เปิดใช้งานฟังก์ชันรหัสมอสฉุกเฉิน (SOS) เพื่อศึกษาการกระพริบของหน้าจอและไฟฉาย รวมทั้งทดสอบการแปลงพิกัดดาวเทียมเป็นข้อความแจ้งพิกัดฉุกเฉิน
ทักษะและประโยชน์ที่จะได้รับ
การเรียนรู้ผ่านเว็บแอปพลิเคชันเชิงปฏิบัตินี้ช่วยเสริมสร้างทักษะหลากหลายมิติ ทั้งในเชิงวิชาการและการนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน ผู้ใช้งานจะได้รับองค์ความรู้ด้านสุขอนามัยและการแพทย์ฉุกเฉินเบื้องต้น เช่น ลำดับขั้นตอนการปฐมพยาบาลผู้จมน้ำ การห้ามเลือดอย่างถูกวิธี และการปฏิบัติตนเมื่อถูกสัตว์มีพิษกัดต่อยโดยไม่ใช้วิธีการที่ผิดสุขลักษณะ นอกจากนี้ยังได้พัฒนาทักษะการคำนวณเชิงสัดส่วนและการคิดเชิงตรรกะผ่านระบบคำนวณทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เช่น การคำนวณความเข้มข้นของสารละลายคลอรีน และการทำความเข้าใจแรงดันน้ำที่ส่งผลกระทบต่อยานพาหนะ ซึ่งช่วยปลูกฝังความตระหนักรู้และการตัดสินใจบนพื้นฐานของข้อมูลเชิงประจักษ์ในภาวะคับขัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
คำถาม: หากไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัด เว็บแอปพลิเคชันนี้ยังคงใช้งานได้หรือไม่?
คำตอบ: ใช้งานได้ตามปกติ เนื่องจากโค้ดของระบบทั้งหมดเขียนขึ้นในรูปแบบรวมศูนย์เบ็ดเสร็จ (Stand-alone Client-side) ฟังก์ชันการคำนวณ ฐานข้อมูลเนื้อหา เช็กลิสต์ และระบบเสียงทำงานบนเบราว์เซอร์ของอุปกรณ์โดยตรงโดยไม่ต้องร้องขอข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอก
คำถาม: การกดหน้าอกกู้ชีพ (CPR) ในผู้ประสบภัยจมน้ำ มีขั้นตอนแตกต่างจากผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นทั่วไปหรือไม่?
คำตอบ: แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ในผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นทั่วไปจะเน้นการกดหน้าอกทันที แต่สำหรับผู้จมน้ำที่มีภาวะขาดอากาศหายใจเป็นสาเหตุหลัก มาตรฐานทางการแพทย์กำหนดให้ทำการเป่าปากช่วยหายใจนำร่องก่อน 5 ครั้ง จากนั้นจึงเริ่มกระบวนการกดหน้าอกสลับเป่าปากในอัตราส่วน 30 ต่อ 2 ครั้ง
คำถาม: กฎความปลอดภัย 15-60 ในการข้ามกระแสน้ำหมายถึงอะไร?
คำตอบ: เป็นกฎเตือนภัยทางชลศาสตร์ โดยน้ำไหลเชี่ยวที่ระดับความลึกเพียง 15 เซนติเมตร สามารถสร้างแรงผลักดันจนทำให้คนเดินเท้าเสียหลักล้มลงและถูกพัดพาไปได้ ขณะที่น้ำลึก 60 เซนติเมตร มีแรงยกและแรงต้านมากพอที่จะทำให้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลลอยน้ำและสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง
ฟิสิกส์และเคมีเบื้องหลังการเอาชีวิตรอด: แรงลอยตัว แรงผลักของของไหล และการฆ่าเชื้อโรค
ในภาวะอุทกภัย ปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์มีผลโดยตรงต่อความปลอดภัย การเคลื่อนที่ของน้ำสร้างแรงกระทำสองทิศทางหลัก คือ แรงพยุงหรือแรงลอยตัว (Buoyancy Force) ตามหลักการของอาร์คิมีดีส ซึ่งแปรผันตรงกับปริมาตรน้ำที่ถูกแทนที่ และ แรงผลักทางอุทกพลศาสตร์ (Hydrodynamic Drag Force) ซึ่งขึ้นอยู่กับความหนาแน่นของน้ำ พื้นที่ปะทะ และกำลังสองของอัตราเร็วของกระแสน้ำ
เมื่อระดับน้ำท่วมถึงท้องรถยนต์ ปริมาตรอากาศภายในห้องโดยสารจะแปรสภาพตัวรถให้กลายเป็นวัตถุลอยน้ำ เมื่อเกิดแรงพยุงขึ้น น้ำหนักกดของยางลงบนผิวถนนจะลดลงจนแรงเสียดทานมีค่าเข้าใกล้ศูนย์ ทำให้แรงผลักเพียงเล็กน้อยของกระแสน้ำสามารถพัดพายานพาหนะไปได้อย่างง่ายดาย ในทำนองเดียวกัน การทำน้ำดื่มฉุกเฉินต้องอาศัยปฏิกิริยาทางเคมีของกรดไฮโปคลอรัส (HOCl) ซึ่งเกิดจากการละลายโซเดียมไฮโปคลอไรต์ลงในน้ำ โดยต้องรักษาสัดส่วนความเข้มข้นให้เพียงพอต่อการทำลายผนังเซลล์ของแบคทีเรียแต่ไม่เป็นพิษต่อระบบทางเดินอาหาร
สมมุติว่าครอบครัวหนึ่งต้องการเตรียมน้ำดื่มฉุกเฉินจำนวน 20 ลิตร จากแหล่งน้ำดิบที่มีสภาพใสหลังผ่านการกรองตะกอนหยาบ โดยใช้น้ำยาฟอกขาวที่มีความเข้มข้นของโซเดียมไฮโปคลอไรต์ 5% (มาตรฐานน้ำยาฟอกขาวในครัวเรือนทั่วไป):
ประโยคสัญลักษณ์: จำนวนหยด = 20 ลิตร × 2 หยดต่อลิตร
ผลการคำนวณ: 20 × 2 = 40 หยด (หรือเทียบเท่า 40 ÷ 20 = 2.0 มิลลิลิตร)
หากน้ำมีสภาพขุ่นเล็กน้อย ต้องเพิ่มสัดส่วนเป็น 2 เท่า คือ 4 หยดต่อลิตร ส่งผลให้ต้องใช้สารฟอกขาว: 20 × 4 = 80 หยด (เทียบเท่า 4.0 มิลลิลิตร) และต้องตั้งทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาที เพื่อให้คลอรีนอิสระออกฤทธิ์ทำลายเชื้อโรคได้อย่างสมบูรณ์
