เกี่ยวกับเรา

krufame

"การเป็นครูสำหรับผม ไม่ใช่แค่เรื่องของอาชีพ แต่คือเป้าหมายชีวิต การได้เห็นผู้เรียนเติบโตเป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุขในเส้นทางที่พวกเขาเลือก คือความสำเร็จและคุณค่าสูงสุดในชีวิตความเป็นครูของผม" - krufame

เด็กทุกคนมีความแตกต่าง ทั้งในแง่ของความถนัด ความสนใจ และบริบทของชีวิต อาชีพครูสำหรับผมจึงไม่ใช่การสร้างนักเรียนทุกคนให้ออกมาจากพิมพ์นิยมเดียวกัน แต่คือการเป็น “นักเจียระไน” ที่ช่วยค้นหาจุดแข็งและคุณค่าในตัวเด็กทุกคน ผมเชื่อมั่นอย่างบริสุทธิ์ใจว่า ไม่มีเด็กคนไหนที่ไม่เก่ง มีเพียงเด็กที่ยังไม่เจอพื้นที่ที่เขาจะได้เปล่งแสงเท่านั้น

วิสัยทัศน์หลักของผมคือการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Student-Centered Approach) เปิดโอกาสให้เด็กได้ลองผิดลองถูก เรียนรู้ผ่านการลงมือทำ (Active Learning) และเติบโตเต็มตามศักยภาพในแบบฉบับของตนเอง โดยมีครูเป็นผู้ชี้แนะและคอยสนับสนุนอยู่ข้างๆ

ในยุคที่ข้อมูลข่าวสารและเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ห้องเรียนจะไม่ใช่สถานที่เดียวในการค้นหาคำตอบ ความท้าทายของการเป็นครูยุคนี้ คือการเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ถ่ายทอดความรู้” มาเป็น “ผู้สร้างกระบวนการเรียนรู้”

ผมมุ่งเน้นการบูรณาการนวัตกรรม สื่อเทคโนโลยีสมัยใหม่ และบริบทในชีวิตจริงเข้ากับการเรียนการสอน เพื่อฝึกให้ผู้เรียนเกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ (Critical Thinking) การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น เด็กๆ จะไม่เพียงแค่ “จำเนื้อหาได้เพื่อนำไปสอบ” แต่จะ “เข้าใจกระบวนการ และนำทักษะไปต่อยอดใช้ในชีวิตจริงได้

ข้อมูลทั่วไป

ศิษย์เก่ามัธยม : โรงเรียนอุตรดิตถ์     ศิษย์ก่า ป.ตรี : มหาวิทยาลัยนเรศวร     คณะ : ศึกษาศาสตร์     โรงเรียนที่ฝึกสอน : โรงเรียนอุตรดิตถ์ดรุณี 
โรงเรียนเอกชนที่เคยสอน : โรงเรียนเชียงใหม่คริสเตียน     โรงเรียนที่สอนปัจจุบัน : โรงเรียนชาติตระการวิทยา

การจะเป็นครูที่พาผู้เรียนไปได้ไกล ตัวครูเองต้องไม่หยุดเรียนรู้ ผมมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเองในฐานะ "ครูมืออาชีพ" อยู่เสมอ ทั้งการหมั่นทบทวนผลการสอน การพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้ใหม่ๆ ตลอดจนการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนร่วมงาน ผู้ปกครอง และตัวผู้เรียนเอง เพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุดอยู่เสมอ

แอดไลน์-ร่วมแสดงความคิดเห็น

krufame

ผมเชื่อว่า “การเรียนรู้ที่ดีที่สุด จะเกิดขึ้นเมื่อผู้เรียนรู้สึกปลอดภัยทั้งร่างกายและจิตใจ” ผมมุ่งหวังให้ห้องเรียนของผมเป็นพื้นที่ที่เปิดกว้าง ไร้ซึ่งความกลัว กล้าที่จะถาม กล้าแสดงความคิดเห็น และเคารพในความแตกต่างหลากหลาย

การสร้างความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ การรับฟังอย่างตั้งใจ (Active Listening) และการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จะช่วยให้เด็กๆ รู้สึกว่าตนเองมีตัวตน มีคุณค่า และพร้อมที่จะเปิดใจรับการเรียนรู้ใหม่ๆ ในทุกๆ วัน

ติดตามเพื่อไม่พลาดกิจกรรมดีๆ

ความสำเร็จของผู้เรียนไม่ได้วัดกันที่เกร็ดเฉลี่ยเพียงอย่างเดียว แต่ยังวัดกันที่ "คุณค่าในจิตใจ" ผมตั้งใจจะสอดแทรกคุณธรรม จริยธรรม และความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Empathy) ผ่านกิจกรรมและการปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน เพื่อบ่มเพาะให้ผู้เรียนเติบโตไปเป็นประชากรที่มีคุณภาพ มีจิตสาธารณะ และพร้อมที่จะร่วมสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น