ค้นหาสื่อ
เทคนิคเข้าใจ อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ ฉบับมองเห็นภาพ ปลดล็อกคณิตศาสตร์ ม.ต้น ใน 5 นาที

ก้าวแรกสู่ความเข้าใจ อัตราส่วน คือการเปรียบเทียบปริมาณสิ่งของ
การเรียนคณิตศาสตร์เรื่องอัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป หากเรารู้วิธีการเปลี่ยนตัวเลขในหนังสือให้กลายเป็นภาพในชีวิตประจำวัน ลองจินตนาการถึงการชงชานมเย็นที่อร่อยที่สุดในโลก หากสูตรระบุว่าต้องใช้ชา 3 ช้อน และนมสด 1 ช้อน ความสัมพันธ์นี้เรียกว่า อัตราส่วนชาต่อนม เป็น 3 ต่อ 1
อัตราส่วน คือการเปรียบเทียบปริมาณของสิ่งของตั้งแต่สองสิ่งขึ้นไป โดยไม่จำเป็นต้องมีหน่วยวัดเหมือนกัน เช่น อัตราส่วนของจำนวนครูต่อนักเรียน หรืออัตราส่วนของระยะทางต่อเวลา หลักการสำคัญที่ต้องจำให้ขึ้นใจคือ ปริมาณที่นำมาเปรียบเทียบกันนั้น ลำดับมีความสำคัญอย่างยิ่ง การเขียนอัตราส่วนชาต่อนมเป็น 3 ต่อ 1 จะไม่เท่ากับ 1 ต่อ 3 เพราะรสชาติที่ได้จะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ขยับมาที่ สัดส่วน การขยายขนาดความสัมพันธ์อย่างแม่นยำ
เมื่อเราเข้าใจเรื่องอัตราส่วนแล้ว การต่อยอดมาสู่เรื่อง สัดส่วน ก็เป็นเรื่องที่ง่ายดาย สัดส่วน คือประโยคสัญลักษณ์ที่แสดงการเท่ากันของอัตราส่วนสองอัตราส่วน ลองนึกภาพตามว่า หากเราต้องการชงชานมเย็นแก้วใหญ่ขึ้นเพื่อแจกเพื่อนๆ 10 คน เราต้องเพิ่มปริมาณชาและนมอย่างไรไม่ให้รสชาติเปลี่ยน
หากใช้อัตราส่วนเดิมคือ ชา 3 ช้อน ต่อนม 1 ช้อน เมื่อเราต้องการเพิ่มนมเป็น 5 ช้อน เราก็ต้องเพิ่มชาเป็น 15 ช้อน เพื่อให้อัตราส่วนยังคงเป็น 15 ต่อ 5 ซึ่งเมื่อทอนเป็นอัตราส่วนอย่างต่ำแล้วจะได้ 3 ต่อ 1 เท่าเดิม สิ่งนี้แหละคือ สัดส่วน
ในโลกของคณิตศาสตร์ ม.ต้น สัดส่วนแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่
- สัดส่วนตรง หมายถึง การที่ปริมาณหนึ่งเพิ่มขึ้น อีกปริมาณหนึ่งก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยในสัดส่วนที่เท่ากัน เช่น ยิ่งซื้อขนมจำนวนชิ้นมากราคารวมก็ยิ่งสูงขึ้น
- สัดส่วนผกผัน หมายถึง การที่ปริมาณหนึ่งเพิ่มขึ้น แต่อีกปริมาณหนึ่งกลับลดลง เช่น จำนวนคนทำงานยิ่งมาก เวลาที่ใช้ในการสร้างบ้านก็ยิ่งลดลง
เปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นมาตรฐานด้วย ร้อยละ หรือ เปอร์เซ็นต์
คำว่า ร้อยละ หรือ เปอร์เซ็นต์ คืออัตราส่วนชนิดพิเศษที่มีการเปรียบเทียบปริมาณใดปริมาณหนึ่งกับจำนวน 100เสมอ เหตุผลที่เราต้องเปลี่ยนอัตราส่วนต่างๆ ให้เป็นร้อยละ ก็เพื่อสร้างมาตรฐานกลางในการเปรียบเทียบที่มองเห็นภาพได้ชัดเจนที่สุด
ยกตัวอย่างเช่น หากสอบวิชาคณิตศาสตร์ได้ 18 คะแนนจากคะแนนเต็ม 20 คะแนน กับสอบวิชาวิทยาศาสตร์ได้ 40 คะแนนจากคะแนนเต็ม 50 คะแนน การมองแค่ตัวเลขคะแนนที่ได้อาจทำให้เปรียบเทียบยากว่าวิชาไหนทำได้ดีกว่ากัน แต่เมื่อเราเปลี่ยนทั้งสองวิชาให้อยู่ในฐาน 100 หรือเป็นร้อยละ เราจะพบว่าวิชาคณิตศาสตร์คิดเป็นร้อยละ 90 ส่วนวิชาวิทยาศาสตร์คิดเป็นร้อยละ 80 ทำให้มองเห็นทันทีว่าทำคะแนนวิชาคณิตศาสตร์ได้ดีกว่า
เทคนิคการเชื่อมโยง อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ เข้าด้วยกัน
หัวใจสำคัญที่สุดในการทำข้อสอบคณิตศาสตร์ ม.ต้น คือการมองเห็นความเชื่อมโยงว่าทั้งสามเรื่องนี้คือเรื่องเดียวกันที่เปลี่ยนหน้าตาไปมาได้ อัตราส่วนสามารถเขียนให้อยู่ในรูปเศษส่วนได้เสมอ และเศษส่วนก็สามารถแปลงเป็นร้อยละได้ด้วยการคูณด้วย 100
ขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหา อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ ให้ถูกต้องและรวดเร็ว มีดังนี้
- อ่านโจทย์และระบุให้ชัดเจนว่าสิ่งสิ่งที่โจทย์ถามหาคืออะไร และกำหนดให้สิ่งนั้นเป็นตัวแปร
- เขียนอัตราส่วนที่โจทย์กำหนดให้อยู่ในรูปของเศษส่วน
- ตั้งสมการสัดส่วน โดยวางตำแหน่งของปริมาณที่เปรียบเทียบกันให้ตรงกันทั้งสองฝั่ง
- ใช้วิธีการคูณไขว้เพื่อแก้สมการหาค่าตัวแปร
- หากโจทย์ถามเป็นร้อยละ ให้ทำผลลัพธ์ให้อยู่ในรูปของส่วน 100 หรือนำผลลัพธ์ไปคูณด้วย 100
สรุปการนำไปใช้ในชีวิตจริงและแนวทางการฝึกฝน
คณิตศาสตร์ไม่ใช่เรื่องของการท่องจำสูตร แต่เป็นเรื่องของการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ อัตราส่วน สัดส่วน และร้อยละ เป็นเครื่องมือคณิตศาสตร์ที่ได้ใช้งานจริงบ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการคำนวณส่วนลดสินค้าตามห้างสรรพสินค้า การคิดดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร การคำนวณภาษี หรือแม้กระทั่งการผสมปูนในการก่อสร้าง
หากต้องการเก่งเนื้อหาบทนี้ ให้เริ่มฝึกจากการสังเกตสิ่งรอบตัว แล้วแปลงความสัมพันธ์เหล่านั้นให้อยู่ในรูปอัตราส่วน จากนั้นลองฝึกตั้งสมการสัดส่วน และแปลงค่าให้เป็นร้อยละ ทำตามขั้นตอนอย่างเป็นระบบ ฝึกฝนโจทย์ที่หลากหลาย แล้วคุณจะพบว่าวิชาคณิตศาสตร์นั้นง่าย ชัดเจน และมองเห็นภาพได้อย่างอัศจรรย์



