ค้นหาสื่อ
คัมภีร์ตรรกศาสตร์ ม.4 สรุปเนื้อหาและเทคนิคการจำขั้นเทพที่เข้าใจง่ายที่สุดในโลก

สรุปตรรกศาสตร์ ม.4 ปูพื้นฐานแน่น เปลี่ยนเรื่องยากให้กลายเป็นเรื่องง่าย
ตรรกศาสตร์ คือหนึ่งในบทเรียนคณิตศาสตร์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่หลายคนรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัวและเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่ชวนสับสน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตรรกศาสตร์เป็นเรื่องของระบบความคิด เหตุและผล ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันอยู่ตลอดเวลา บทความนี้จะพาน้องๆ ทุกคนมาเจาะลึกเนื้อหาตรรกศาสตร์อย่างเป็นระบบ ด้วยเทคนิคภาพจินตนาการและการเปรียบเทียบที่ทำให้มองเห็นภาพชัดเจน ช่วยให้เข้าใจบทเรียนนี้ได้แบบร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่ต้องท่องจำตารางความจริงแบบงูๆ ปลาๆ อีกต่อไป
ประพจน์คืออะไร แยกแยะประพจน์อย่างไรไม่ให้โดนข้อสอบหลอก
จุดเริ่มต้นของตรรกศาสตร์เริ่มจากคำว่า ประพจน์ ประพจน์คือประโยคบอกเล่าหรือประโยคปฏิเสธที่มีค่าความจริงเป็นจริงหรือเป็นเท็จอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกันได้ หรือสรุปง่ายๆ ว่าประพจน์คือประโยคที่เราสามารถตัดสินได้ทันทีว่าจริงหรือชัวร์ว่าเป็นเท็จ
ตัวอย่างของประพจน์ เช่น ประเทศไทยมี 77 จังหวัด ซึ่งเป็นประโยคบอกเล่าที่เป็นจริง หรือ 2 บวก 3 เท่ากับ 10 ซึ่งเป็นประโยคบอกเล่าที่เป็นเท็จ ทั้งสองประโยคนี้จัดว่าเป็นประพจน์ทั้งหมด ในทางกลับกัน ประโยคที่เป็นคำถาม คำสั่ง คำขอร้อง ประโยคแสดงความปรารถนา หรือประโยคอุทาน เช่น เธอชื่ออะไร กรุณาปิดประตู หรือ อยากไปเที่ยวจัง ประโยคเหล่านี้ไม่สามารถระบุค่าความจริงได้ จึงไม่ถือว่าเป็นประพจน์ การแยกแยะประพจน์จึงเป็นปราการด่านแรกที่ต้องทำความเข้าใจให้แม่นยำก่อนเริ่มคำนวณ
เทคนิคการจำตัวเชื่อมประพจน์ด้วยภาพและเหตุการณ์ในชีวิตจริง
เมื่อเรานำประพจน์ย่อยมาเชื่อมต่อกัน จะเกิดเป็นประพจน์เชิงประกอบโดยอาศัย ตัวเชื่อมประพจน์ ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องหมายบวกลบคูณหารในวิชาพีชคณิต แต่ในตรรกศาสตร์เราจะใช้ตัวเชื่อม 5 ประเภทหลักในการตัดสินค่าความจริง
1. ตัวเชื่อม และ สัญลักษณ์หมวกเป็ดขึ้น
ตัวเชื่อม และ จะเกิดขึ้นเมื่อเราต้องการเงื่อนไขทั้งสองอย่างพร้อมกัน ลองนึกภาพตามว่า คุณแม่บอกว่า ถ้าสอบได้เกรดสี่ และ ทำความสะอาดห้อง จะให้รางวัล การที่คุณจะได้รางวัลนั้น คุณต้องทำทั้งสองอย่างให้สำเร็จ หากทำอย่างใดอย่างหนึ่งหลุดไป หรือไม่ทำเลย คุณจะไม่ได้รางวัลทันที ดังนั้น ตัวเชื่อม และ จะมีค่าความจริงเป็น จริง เพียงกรณีเดียวเท่านั้น คือเมื่อประพจน์หน้าและประพจน์หลังเป็นจริงทั้งคู่ หากมีเท็จโผล่มาแม้แต่ตัวเดียว ผลลัพธ์จะเป็นเท็จทันที
2. ตัวเชื่อม หรือ สัญลักษณ์หงายขึ้น
ตัวเชื่อม หรือ คือเงื่อนไขแบบใจดี ขอแค่มีเรื่องจริงเกิดขึ้นเพียงอย่างเดียวก็ถือว่ารอดแล้ว เปรียบเสมือนร้านอาหารที่บอกว่า คุณสามารถจ่ายเงินด้วยเงินสด หรือ สแกนจ่ายก็ได้ เพียงแค่คุณมีสิ่งใดสิ่งหนึ่ง คุณก็สั่งอาหารกินได้แล้ว ดังนั้น ตัวเชื่อม หรือ จะมีค่าความจริงเป็น เท็จ เพียงกรณีเดียวเท่านั้น คือเมื่อประพจน์หน้าและประพจน์หลังเป็นเท็จทั้งคู่ หากมีจริงโผล่มาแม้นิดเดียว ผลลัพธ์จะกลายเป็นจริงทันที
3. ตัวเชื่อม ถ้าแล้ว สัญลักษณ์ลูกศรชี้ไปทางขวา
ตัวเชื่อม ถ้าแล้ว คือเรื่องของ สัญญาใจ หรือเงื่อนไขเหตุและผล ประพจน์หน้าคือ เหตุ และประพจน์หลังคือ ผล ลองนึกถึงสัญญาที่ว่า ถ้าฝนตก แล้ว รถจะติด กรณีเดียวที่สัญญาจะถูกละเมิดหรือเป็นเท็จ คือการที่ เหตุเกิดขึ้นจริงแต่ผลไม่เกิดขึ้นตามที่พูดไว้ นั่นคือ ฝนตกจริง แต่รถดันไม่ติด ถือว่าผิดสัญญา ดังนั้น ตัวเชื่อม ถ้าแล้ว จะมีค่าความจริงเป็น เท็จ เพียงกรณีเดียวคือ หน้าจริง หลังเท็จ ส่วนกรณีอื่นๆ ทั้งหมดถือว่าเป็นจริงเสมอ
4. ตัวเชื่อม ก็ต่อเมื่อ สัญลักษณ์ลูกศรสองทาง
ตัวเชื่อม ก็ต่อเมื่อ คือความสัมพันธ์แบบสะท้อนกลับสองฝั่ง สองประพจน์มีความเกี่ยวข้องกันอย่างสมบูรณ์แบบ เปรียบเหมือนคนสองคนที่ใจตรงกัน ถ้าทำเหมือนกัน ผลลัพธ์จะเป็นจริง แต่ถ้าทำต่างกัน ผลลัพธ์จะเป็นเท็จทันที สรุปเทคนิคการจำคือ ถ้าค่าความจริงเหมือนกัน จริงเจอจริง หรือ เท็จเจอเท็จ ผลลัพธ์จะได้ จริง แต่ถ้าค่าความจริงต่างกัน จริงเจอเท็จ หรือ เท็จเจอจริง ผลลัพธ์จะได้ เท็จ
5. นิเสธ สัญลักษณ์คลื่น
นิเสธ คือการเปลี่ยนค่าความจริงให้เป็นตรงกันข้าม เปรียบเหมือนสวิตช์ไฟที่เปลี่ยนจากเปิดเป็นปิด หรือปิดเป็นเปิด ถ้านำนิเสธไปใส่หน้าประพจน์ที่เป็นจริง ประพจน์นั้นจะกลายเป็นเท็จ และถ้านำไปใส่หน้าประพจน์ที่เป็นเท็จ ก็จะกลายเป็นจริงทันที
วิเคราะห์สัจนิรันดร์ เครื่องมือทดสอบความจริงที่ไม่มีวันพลาด
หัวข้อสำคัญอีกหนึ่งหัวข้อในตรรกศาสตร์ ม.4 คือเรื่อง สัจนิรันดร์ คำว่าสัจนิรันดร์หมายถึง รูปแบบของประพจน์ที่มีค่าความจริงเป็นจริงเสมอ ไม่ว่าประพจน์ย่อยข้างในจะเป็นจริงหรือเท็จก็ตาม การตรวจสอบสัจนิรันดร์สามารถทำได้สองวิธีหลักคือ การสร้างตารางความจริงทุกกรณี หรือการใช้วิธีหาข้อขัดแย้ง
เทคนิคการหาข้อขัดแย้งเป็นวิธีที่รวดเร็วและนิยมใช้ในการทำข้อสอบ ให้เราสมมุติตั้งต้นไว้ก่อนว่าประพจน์นั้นเป็น เท็จ แล้วค่อยๆ ย้อนกลับไปหาค่าความจริงของประพจน์ย่อย หากพบว่าเกิดการขัดแย้งกันเองในระบบ เช่น ประพจน์เดียวกันต้องเป็นทั้งจริงและเท็จพร้อมกัน จะสรุปได้ทันทีว่าสิ่งที่เราสมมุติไว้ตอนแรกนั้นเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นประพจน์นั้นจึงเป็น สัจนิรันดร์ แต่ถ้าหาจนจบแล้วไม่เกิดข้อขัดแย้ง แสดงว่ามีกรณีที่เป็นเท็จได้จริง ประพจน์นั้นจึง ไม่เป็นสัจนิรันดร์
ตัวบ่งปริมาณ การขยายขอบเขตความคิดสู่คณิตศาสตร์ชั้นสูง
ส่วนสุดท้ายของตรรกศาสตร์คือ ตัวบ่งปริมาณ ซึ่งใช้ระบุขอบเขตของตัวแปรในประโยคเปิด โดยแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักคือ สำหรับทุกตัว สัญลักษณ์เอหัวกลับ และ สำหรับบางตัว สัญลักษณ์อีกลับหลัง
ประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ สำหรับทุกตัว จะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อ ทุกๆ ค่าในเอกภพสัมพัทธ์นำไปแทนค่าแล้วทำให้ประโยคเป็นจริงทั้งหมด หากมีแม้แต่ค่าเดียวที่ทำให้เป็นเท็จ ประโยคนั้นจะกลายเป็นเท็จทันที ในทางตรงกันข้าม ประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ สำหรับบางตัว ขอเพียงแค่มีอย่างน้อยหนึ่งค่าในเอกภพสัมพัทธ์ที่นำไปแทนแล้วเป็นจริง ประโยคนั้นก็จะกลายเป็นจริงทันที
สรุปภาพรวมการเรียนตรรกศาสตร์ให้ได้คะแนนเต็ม
การเรียนตรรกศาสตร์ให้ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับการท่องจำสูตร แต่ขึ้นอยู่กับการเข้าใจโครงสร้างเชื่อมโยงของเหตุและผล เมื่อน้องๆ สามารถมองตัวเชื่อมประพจน์แต่ละตัวเป็นสถานการณ์ในชีวิตจริง และฝึกฝนการหาข้อขัดแย้งอย่างเป็นระบบ เรื่องตรรกศาสตร์จะกลายเป็นบทเก็บคะแนนที่ง่ายและรวดเร็วที่สุดในสนามสอบอย่างแน่นอน



